[OS] เรื่องลำบากใจของคนกลาง

[OS] เรื่องลำบากใจของคนกลาง

Fandom : Quan Zhi Gao Shou เทพยุทธ์เซียน Glory

Pairing : โจวหย่วน ft. ถังเสียง (ถังเฮ่า*ซุนเสียง)

Note : น่าจะ OOC, ไม่มีเนต้าใด ๆ ทั้งสิ้น #3KWs 1. จูบ 2. รักแรก 3. พ่อแง่แม่งอน

 

เขา ถังเฮ่า และซุนเสียง พวกเราสามคนรู้จักกันมาก่อนเข้าลีก อีกทั้งยังเป็นเพื่อนในชีวิตจริงที่รู้จักกันมานานมากด้วยซ้ำ ความจริงตอนมุ่งมั่นจะเป็นนักกีฬาอาชีพก็ตั้งใจสมัครเข้าสโมสรเดียวกัน แต่ว่ามันดันเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นมาซะก่อนที่ทำให้ซุนเสียงสมัครเข้าสโมสรเยวี่ยหยุน

 

ถังเฮ่ากับซุนเสียงทะเลาะกัน…

 

เพื่อนกันทะเลาะกันเป็นเรื่องปรกติเขาเองก็เข้าใจ แต่สำหรับสองคนนี้มันไม่ปรกตินะสิ ไม่ปรกติยังไงนะหรือ งั้นเขาจะบอกความลับอะไรอย่างหนึ่งในฟัง…ถังเฮ่ากับซุนเสียงเป็นแฟนกัน

 

ใช่ฟังไม่ผิดหรอก อยากให้เน้นตัวโต ๆ ก็ได้นะว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน! แถมไม่ได้พึ่งมาคบกันด้วย สองคนนี้คบและเลิกกันมาหลายรอบด้วยเหตุผลงี่เง่าทั้งคู่ เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นรักแรกของกันและกัน เลยพาลกังวลไปซะทุกอย่าง แต่เสียอย่างเดียวพอทะเลาะกันทีก็มาลำบากคนกลางอย่างเขาไง

 

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองแล้วยังต้องเอากระดูกมาแขนคออีก นี่เพื่อนไงทำไมถึงทำกันได้ลงคอ

 

พวกเราสามคนยังเป็นเพียงนักกีฬาตัวสำรองที่ทางสโมสรจะเริ่มให้ลงเล่นจริงในลีกฤดูกาลหน้า ในวันที่ยังพอมีเวลาว่างตรงกันนั้นจึงนัดแนะกันมาร้านประจำของซุนเสียง ถึงอยู่คนละเมืองทั้งโจวหย่วนและถังเฮ่าเต็มใจบินมาหา แต่พอมาถึงที่นัดกันกลับเกิดบรรยากาศอึมครึม

 

“พวกนายสองคนจะทะเลาะกันเพื่ออะไร ไม่เบื่อหรือไง” โจวหย่วนโอดครวญจนแทบหลั่งน้ำตาออกมา ซ้ายมือของเขาคือซุนเสียงที่ก้มหน้าก้มตาดื่มสตรอว์เบอร์รีเชอร์เบทไม่พูดไม่จา หนำซ้ำยังไม่ยอมสบตาคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอีก ฝั่งตรงข้ามของซุนเสียงหรือขวามือของเขา คนคนนั้นก็คือถังเฮ่า หมอนี่ก็นั่งหน้านิ่งขมวดคิ้วไม่พูดจา

 

เออ จะแข่งกันเงียบเลยใช่ไหมไอ้เพื่อนเวร

 

“ไม่ได้ทะเลาะ/ไม่ได้ทะเลาะ” สองเสียงประสานพูดขึ้นพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างชะงักหันมาสบตากันแวบหนึ่งแล้วซุนเสียงก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง

 

ดูยังไงก็รู้ว่างอน โจวหย่วนอยากกลอกตาเป็นเลขแปดใส่เจ้าคนหน้าบางปากแข็งแถมยังซึนได้โล่ ส่วนอีกคนที่เถรตรงเป็นไม้บรรทัดดันส่งซิกหยิก ๆ ว่าช่วยหน่อย ด่าเพื่อนว่าโง่นี่ผิดไหม?

 

ความจริงแล้วเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบนาทีก่อน

 

โจวหย่วนและถังเฮ่าบินจากคุนหมิงมายังเมืองที่ซุนเสียงอยู่ พวกเขานัดพบกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ผสมผสานเข้ากับคาเฟ่ซึ่งบริเวณหน้าร้านมีเฉลียงกว้างยื่นออกมาด้านนอกเป็นสัดส่วนของโต๊ะกลางแจ้ง เด็กหนุ่มมองท่าทางตื่นเต้นดีใจจะได้เจอแฟนของถังเฮ่าแล้วเบะปากใส่

 

“หุบยิ้มบ้างก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ”

 

“ถ้าอิจฉาก็หาแฟนซะ” ตอบกลับช่วนเขม่นมาก! แต่โจวหย่วนก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดอะไร เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน “ว่าแต่ซุนเสียงมาช้าจังเลยแฮะ”

 

ถังเฮ่าพึมพำตอบรับเสียงเบาก้มหน้าก้มตาเข้าแชท เห็นแบบนั้นโจวหย่วนเดาได้ไม่ยากเลยว่าแชทหาใคร แต่ก็สมควร ด้วยนิสัยของซุนเสียงแล้ว หมอนั่นไม่เคยมาสายกว่าเวลานัดเลยสักครั้งเหมือนกัน ขณะรอคำตอบจากถังเฮ่า ขนมและเครื่องดื่มที่พวกเขาสั่งก็ยกมาเสิร์ฟพอดี

 

สมกับเป็นซุนเสียง

 

โจวหย่วนเอ่ยชมเพื่อนที่ยังไม่มาถึงร้านหลังชิมวานิลลามิลค์เชคแล้วรสชาติถูกปากถูกลิ้น ก้มมองขนมหน้าตาน่าทานในจานแล้วไม่ต้องกังวลว่ามันจะไม่อร่อย

 

“ถังเกอ ดีใจจังไม่คิดว่าจะได้เจอพี่ที่นี่” น้ำเสียงหวานสดใสที่บ่งบอกความดีใจจริง ๆ เรียกให้ถังเฮ่าซึ่งกำลังสนใจโทรศัพท์เงยหน้าขึ้น เช่นเดียวกับโจวหย่วนที่หันมามองเจ้าของเสียงแบบสงสัย

 

เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็เป็นฝ่ายถามด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน “ทำไมเรามาอยู่ที่นี่?”

 

เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง คาดคะเนแล้วน่าจะเด็กกว่าพวกเขาสองถึงสามปี เธอสะพายเครื่องดนตรีไว้ด้านหลังคล้ายจะเป็นไวโอลิน โจวหย่วนกะพริบตามองทั้งสองคน พอจับใจความได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะลูกศิษย์ของคุณแม่ถังเฮ่า อันที่จริงเห็นหมอนี่เล่นอาชีพอันธพาลแบบนี้ความจริงแล้วเป็นครอบครัวนักดนตรีนะ เลยถูกบังคับเรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ สุดท้ายก็เอาความเร็วมือจากการฝึกฝนแรมปีมาเล่นเกม

 

“มีนัดแสดงดนตรีที่ลานกว้างค่ะ แล้วพี่ไม่คิดจะกลับไปเล่นดนตรีอีกเหรอคะ?”

 

ยัยหนูถามอย่างเดียวพอไม่ต้องกระแซะ…

 

เด็กสาวคนนั้นขยับเข้ามาคล้องแขนของถังเฮ่าเป็นเชิงอ้อน สายตาหุบต่ำยามก้มมอง กัดปากเล็กน้อยชวนให้คนพบเห็นรู้สึกเอ็นดูกับความขี้อายของเธอ

 

โจวหย่วนคิดว่ามันคงน่าเอ็นดูและแอบเชียร์เจ้าเพื่อนซื่อบื้อให้รู้ตัวว่าสาวเจ้าเขาแอบชอบตัวเองอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าหมอนี่มีแฟนอยู่แล้ว แล้วมาถูกคนอื่นเกาะแกะแบบนี้ถ้าเพื่อนอีกคนของเขามาเห็นคงรู้สึกไม่พอใจแน่ ถึงแม้ว่าซุนเสียงจะไม่ใช่คนงี่เง่าขนาดนั้น

 

แต่ถ้าหมอนั่นนอยด์แล้วละก็…สามารถสร้างเรื่องเหนือความคาดหมายได้เชียวล่ะ

 

โจวหย่วนพยายามทำตัวกลมกลืนเป็นแบล็คกราวด์ไม่โดดเด่นสะดุดตา เรื่องนี้เขาไม่เกี่ยวด้วยนะ ว่าแล้วก็หยิบวานิลลามิลค์เชคขึ้นมาดูดเงียบ ๆ พยายามมองเรื่องตรงหน้าเป็นเรื่องบันเทิงใจ แต่คนทอยลูกเต๋าในเกมรวมไม่เคยเกิน 50 แต้มดูท่าจะอับโชคของจริง…ขอไว้อาลัยให้ล่วงหน้า

 

เขาขยับยิ้มบาง ๆ ให้กับคนที่เดินตรงเข้ามาหา โจวหย่วนเห็นซุนเสียงเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ ก็อดด่าเพื่อนในใจซ้ำอีกหนไม่ได้ว่าไอ้โง่เอ๊ย หัดอ่านสายตาผู้หญิงเขาบ้างว่าคิดอะไรกับตัวเอง ยักไหล่เป็นเชิงว่าโทษทีเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดฉัน

 

“ขอโทษที่มาช้า”

 

“ไงซุนเสียง” โจวหย่วนเอ่ยทัก

 

คนที่ทำให้ถังเฮ่าและโจวหย่วนบินมาเมืองนี้ในวันหยุดเดินเข้ามาหา เขาเห็นซุนเสียงเหลือบมองถังเฮ่านิดหนึ่งแล้วก็เลือกนั่งฝั่งตรงข้ามเผชิญหน้าโดยตรง โจวหย่วนแอบเห็นรอยยิ้มดีใจของคนที่จะได้เจอแฟนยกค้าง เพราะซุนเสียงยิ้มทักทายให้ อืม อัพเลเวลขึ้นแฮะ

 

ถังเฮ่ารีบดึงแขนออกจากการเกาะกุมของคนจักอย่างสุภาพทั้งที่เหงื่อตก มองซุนเสียงที่หยิบสตอรว์เบอร์รีเชอร์เบทที่สั่งเผื่อไว้ให้ขึ้นมาจิบเพียงไม่กี่อึก มองเด็กสาวที่สะพายเครื่องดนตรีและลากสายตาไปยังใบหน้าของถังเฮ่าแล้วเอ่ยถาม “คนคนนี้?”

 

หูย น้ำเสียงเย็นได้ใจ…

 

เอ๊ะ! เดี๋ยวดิ ถ้าสองคนนี้ทะเลาะกันอีกก็ลำบากคนกลางอย่างเขาอีกนะสิ

 

โจวหย่วนที่กำลังคิดว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องบันเทิงหยุดความคิดตนเองแทบไม่ทัน เขาจะมองมันเป็นเรื่องสนุกไม่ได้เด็ดขาด ในใจเริ่มกรีดร้อง

 

“ลูกศิษย์แม่นะ”

 

…….

 

ขอสักคำเถอะนะ ไอ้บ้าาาาาาา!!!! ตอบกำปั้นทุบดินแบบนั้นใช้ได้ที่…ไหน… แต่เหมือนคำตอบนั้นจะพอรับได้ในสายตาซุนเสียง ที่โจวหย่วนใช้คำนี้เพราะคิ้วซึ่งขมวดมุ่นพอคล้ายออกบ้างแต่ก็ยังหลงเหลือสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เลือนราง

 

แต่ยัยหนูนั่นดูเหมือนจะอ่านสถานการณ์ไม่ออกหันมายิ้มกว้างให้ซุนเสียง “สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ของถังเกอ”

 

“มันแต่เอ้อระเหย ไม่รีบไปเตรียมตัวแสดงดนตรีจะดีเหรอ” ถังเฮ่าเอ่ยเตือน

 

“จริงด้วย! จริงสิคะ พี่ว่างไปดูหนูแสดงไหมคะ?”

 

ถังเฮ่าหันกลับมามองหน้าซุนเสียงแล้วตอบปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด “ไม่ล่ะ”

 

โจวหย่วนยังต้องเอ่ยชมในใจว่ายังไม่เกินเยียวยา คนกลางอย่างเด็กหนุ่มมองซุนเสียงที่กำแก้วในมือแน่น ถ้าบีบแรงกว่านี้ของข้างในต้องทะลักออกมาเปรอะเปื้อนแน่

 

โจวหย่วนลอบเตะขาใต้โต๊ะเตือนสติซุนเสียง อีกคนหันมาผงกศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ เขาอดคิดไม่ได้ว่าสัญชาตญาณผู้หญิงนี่แรงจริง ๆ ยัยหนูนี่ต้องรู้สึกเป็นศัตรูกับซุนเสียงถึงได้ทำแบบนั้น แน่นอนว่าโจวหย่วนเข้าข้างซุนเสียงเต็มที่ ทำไมเขาต้องเข้าข้างคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนด้วยละ?

 

แล้วก็…เชิญรู้ความลำบากของคนกลางอย่างเขาบ้าง

 

“ว้า เสียดายจัง คราวหลังอย่าลืมมาดูให้ได้นะคะ” เธอว่าแล้วก็กระโดดกอดคอถังเฮ่าโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งหลักทัน เด็กหนุ่มจำต้องคว้าเด็กสาวเอาไว้เพื่อไม่ให้ทั้งเธอและตัวเองตกจากเก้าอี้ แล้วเธอก็ผละออกไปพร้อมโบกมือลา “ไปก่อนนะคะ”

 

ว้าว! ทิ้งระเบิดได้สวยงาม

 

.

.

 

โอเค…กลับมาที่ปัจจุบัน โจวหย่วนนึกอยากย้อนเวลาไปเขย่าคอตัวเองสักที เผลอคิดได้ไงว่าเป็นเรื่องสนุก แล้วต้องมานั่งเครียดกับบรรยากาศแบบนี้

 

อยากตะโกนใส่มากว่าไม่ได้ทะเลาะกันพร่องงงงง!!!!

 

“ถือว่าฉันขอล่ะ พวกนายจะทะเลาะกันทุกรอบที่เจอหน้าเลยหรือไง”

 

ซุนเสียงถอนหายใจ เหลือบสายตามองถังเฮ่าแล้วกัดปากแน่นคิ้วขมวดมุ่นคล้ายกับไม่ชอบใจกับคำถามนั้น ถังเฮ่ายื่นมือออกมาแตะปากของซุนเสียงทันทีที่เห็นกิริยานั้น

 

“อย่ากัดปาก เดี๋ยวเป็นแผลอีก”

 

…เดี๋ยว ได้โปรดเห็นเพื่อนที่นั่งหัวโด่ตรงนี้ด้วย

 

“ยุ่งอะไรด้วย”

 

ซุนเสียงปัดมือถังเฮ่าออกจากหน้าของตนเอง สายตาค้อนขวับใส่ ทว่าถังเฮ่ากลับยิ้มให้กับคำต่อว่าไม่จริงจังนั้น โจวหย่วนรู้สึกว่าตนเองเป็นกขค.ขึ้นมาทันทีทันใด กลอกตามองฟ้ากับหน้าที่คนกลางที่เป็นทุกอย่างให้เพื่อน เขาควรจะต้องหาแฟนบ้างจริง ๆ

 

“เดี๋ยวฉันมา คุยกันให้เคลียร์!” ทิ้งท้ายไว้ก่อนลุกจากโต๊ะ

 

ที่เขายอมลุกออกมาก็เพื่อให้ทั้งคู่ได้เคลียร์กันเอง เห็นว่าสองคนนั้นทะเลาะกันบ่อยแบบนี้ใช่ว่าจะเลิกกันง่ายเหมือนปากพูด…ในเมื่อแคร์กันมากทีเดียว

 

โจวหย่วนเดินเข้าไปในร้านสั่งออเดอร์เพิ่มเติม ระหว่างที่ยืนอยู่นั้นเขามองผ่านกระจกใสของร้านไปมุมที่พึ่งลุกขึ้นมา ไม่รู้หรอกนะว่าคุยอะไรกันแต่บรรยากาศรอบตัวซึ่งผ่อนคลายลงนั้นมีแนวโน้มที่ดี ซุนเสียงยิ้มกว้างหัวเราะให้อย่างร่าเริง ขณะที่ถังเฮ่ายื่นมือออกมาขยี้เส้นผมซุนเสียงจนยุ่งเหยิง

 

“คุณลูกค้าคะ ของที่สั่งให้แล้วค่ะ”

 

โจวหย่วนรับของจากพนักงานแล้วเดินออกนอกร้าน ขณะนั้นเองเขาเห็นถังเฮ่าอาศัยจังหวะที่ซุนเสียงไม่ทันระวังตัวลุกขึ้นโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้แล้วจูบที่มุมปากด้วยความรวดเร็วก่อนกลับไปนั่งเก้าอี้เหมือนเดิม แน่นอนว่าการกระทำนั้นทำให้คนหน้าบางโวยวายทั้งที่ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ อดคิดในใจไม่ได้ว่า

 

เพื่อนเขาร้ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

FIN.

 

TALK ::

ทำไมโจวหย่วนหยาบคายจังเลยค่ะ (หัวเราะ) ค่าโชค 6 ดาวไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริง ๆ เมื่ออยู่กับสองคนนี้ ในสายตาเราเวลาสามคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วคงให้บรรยากาศเพื่อนรุ่นเดียวกัน ปากเสียทำตัวไร้สาระใส่กันแค่ไหนก็ได้ตามความสนิทสนม ทั้งที่เขียนตอนแรกความจริงกะแกล้งถังเฮ่า ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ค่ะ

Walan

Advertisements