[AU] 嘘つきの世界 (2)

[AU] 嘘つきの世界

Fandom : Quan Zhi Gao Shou เทพยุทธ์เซียน Glory

Pairing : โจวเจียงเสียง (โจวเจ๋อข่าย, เจียงปัวเทา*ซุนเสียง) or โจวเสียง (โจวเจ๋อข่าย*ซุนเสียง) or เจียงเสียง (เจียงปัวเทา*ซุนเสียง)

Warning : เรื่องนี้เป็น AU อาจจะ OOC และสปอยล์เกี่ยวกับตัวละครบางตัวเล็กน้อย อีกทั้งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ หากข้อมูลส่วนนี้ผิดพลาดตรงไหนช่วยบอกทีนะคะ เพราะวีแค่ค้น ๆ จากเน็ตเหมือนกัน ดังนั้นข้อมูลบางส่วนที่ถูกนำมาใช้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลจริง องค์กรต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

2 –

 

เดินลึกเข้าไปในสถานีตำรวจอันใหญ่โตประจำเซี่ยงไฮ้ ไปสู่ชั้นสองห้องทำงานด้านในสุดของอาคารคือที่ตั้งของหน่วยงานตำรวจฝ่ายสอบสวนพิเศษ แผนกคดีโจรกรรมศิลปวัตถุข้ามชาติ ซึ่งเน้นการประสานงานหน่วยงานในระดับสากลโดยเฉพาะอินเตอร์โปล[1] ภายในห้องนี้มีสมาชิกเพียงไม่กี่สิบคน แน่นอนว่าสมาชิกให้ห้องนี้ทั้งหมดไม่ใช่ตำรวจทุกคน เพราะเหตุนั้นพวกเขาจึงเต็มใจเรียกตนเองว่าหลุนหวยมากกว่า

 

“โอ๊ย! อยากกลับบ้านแล้วโว้ย เมื่อไหร่งานมันจะเสร็จสักที”

 

เสียงของใครสักคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ทั้งอยากฟุบหน้าไถตัวลงกลับไปนอนซุกใต้โต๊ะซึ่งเปรียบเสมือนที่นอนเหมือนเดิม แต่งานที่คั่งค้างไม่มีวันยอมให้เขาทำแบบนั้นแน่ ๆ ดวงตาลึกโหลและดำคล้ำอย่างคนอดนอนมาทั้งอาทิตย์ของอีกคนจะตวัดมามองเคือง ๆ ชวนอยากปาเอกสารใส่หน้าเจ้าคนโวยวาย

 

“ทำต่อไป!”สมาชิกหนึ่งเดียวในห้องที่แต่งงานแล้วพูดเสียงนิ่ง การกลับบ้านมันจี้ใจดำเขาไม่ต่างกัน ทั้งที่อยากกลับไปอยู่กับภรรยา หาเวลาไปเที่ยวกันหวานชื่นกลับต้องมานั่งทำงานงก ๆ อยู่ที่นี่ ปู่นะปู่ดันส่งเขามาทำงานอะไรแบบนี้

 

บรรดาสมาชิกหลุนหวยที่ได้ยินอยากทึ้งผมตัวเองแทบตาย แต่พวกเขาทำอะไรได้เหรอ? ก็เปล่าเลยตราบใดที่ยังไม่ลาออกเลิกกินเงินเดือนจากรัฐก็ต้องตรากตรำทำงานกันต่อไป

 

“ว่าแต่ไอ้โปรไฟล์ลิ่งที่รองกัปตันให้เราทำนี่มันจะได้ผลจริงเหรอ”ตู้หมิงซึ่งจมจ่ออยู่กับประวัติส่วนตัวของพวกค้าของเก่าที่ถูกจับกุมมาได้ตลอดทั้งสัปดาห์ต้องเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

 

“เอาจริง ๆ นะ…ไม่ได้ผลหรอก”เพื่อนร่วมทีมซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เงยหน้าขึ้นจนสุดเหลือบสายตามามองตู้หมิง ฟังคำตอบแล้วคนที่จมจ่อกับโปรไฟล์ลิ่งอยากกรีดร้องโหยหวนออกมา แต่ก็ต้องทำต่อไปต่อให้เขาต้องทำสถิติเมาตัวเลขยังไงก็ต้องทำ!

 

“เออ ว่าแต่สองคนนั้—“

 

โครม!!!

 

ประโยคที่ถูกเอ่ยขึ้นโดนกลบด้วยเสียงของหล่นกระแทกพื้นดังโครม แล้วเกิดปรากฏการณ์ดั่งโดมิโน่ล้มตามมาจนเกิดเสียงโวยวายยกใหญ่อีกระรอก ทุกคนคงไม่โวยวายหากกองเอกสารที่เรียงไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยจะล้มครืนลงมา อวี๋เนี่ยน น้องใหม่กลุ่มหลุนหวยน้ำตาตกแล้วจริง ๆ เขาอุตส่าห์จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบกำลังจะเก็บเข้าชั้น ทำม๊ายยย!!!

 

“โทษที ๆ”

 

ตัวต้นเหตุทำสีหน้ารู้สึกผิดไม่แพ้กัน มองความเละเทะที่เกิดขึ้นแล้วโอดครวญในใจ ฟางหมิงฮว๋าก้มหน้าลงหยิบเอกสารทีละแผ่น จนกระทั่งสะดุดตากับแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งในบรรดาเอกสารกองเป็นพะเนิน มันก็เหมือนแฟ้มทั่ว ๆ ไป หากไส้ในของมันไม่ไหลออกมา เอกสารซึ่งสแกนจากกระดาษสมุดซึ่งถูกฉีกมา และขีดฆ่าข้อความบางส่วนด้วยลายมือของคนที่ไม่อยู่ที่หลุนหวยมาเกือบสามปี อันที่จริงเขาก็จำลายมือไม่ได้หรอก หากอีกคนไม่ติดนิสัยเซ็นต์ลายเซ็นต์กำกับไว้

 

…ดูเหมือนว่าเอกสารชุดนี้จะเป็นเอกสารชุดสุดท้ายที่ซุนเสียงทำก่อนหายตัวไป

 

 

หวังเจี๋ยซี, นักสะสม พ่อมด

 

Q : รู้จักคิงฟิชเชอร์ไหม นั่นคือสีที่เกิดจากโครงสร้าง ß หมายถึงโครงสร้างของซิงซินคือภาพลวงตาเหมือนปีกของคิงฟิชเชอร์? ***ต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง

 

ลิกนัมไวเทซึ่งถูกจำกัดการซื้อขายตามสัญญาของไซเตส[2] แต่หวังเจี๋ยซีกลับมีมันในครอบครอง หรือเพราะเวยเฉ่าคือสวนพฤกษชาติ? หรือว่าเพราะเขาคือพ่อมดที่รู้จักพฤกษาแห่งชีวิตนี้เป็นอย่างดี

 

 

ชายหนุ่มกวาดสายตาเพียงไม่กี่บรรทัดแล้วถอนหายใจกับการขีดฆ่าข้อความมากมายบนหน้ากระดาษ แต่ว่าตามหลักของกรมตำรวจแล้ว คดีที่ไม่สามารถหาหลักฐานหรือเบาะแสเพิ่มเติมได้ภายในสามปีจะถูกจัดเข้าสู่หมวดแฟ้มคดีไม่คืบหน้า และถ้าหากยังไม่สามารถปิดคดีได้ภายในเวลาสองปีหลังจากนั้น คดีจะถูกยุติลงอย่างถาวร

 

ซึ่งเคสของหวังเจี๋ยซีที่เคยอยู่ในมือซุนเสียงนั้นเหลือเวลาอีกแค่ห้าเดือนก่อนที่มันจะถูกจัดเข้าหมวดไม่คืบหน้า ฟางหมิงฮว๋าได้แต่หวังว่าสองคนนั้นจะทำสำเร็จกับการบอกทิ้งท้ายไว้ก่อนออกจากกรมตำรวจว่า…ไปรับซุนเสียง

 

 

ซุนเสียงมองคนซึ่งคว้ามือของตนไว้ด้วยท่าทางตื่นตระหนก พยายามหาทางหนีทีไล่ไปจากคนแปลกหน้าสองคนนี้โดยสัญชาตญาณป้องกันตัวเอง จะว่าไงดีล่ะ ถึงสองคนนี้ดูจะรู้จักเขาแต่สำหรับคนที่ลืมไปซะทุกอย่างแบบนี้การสงสัยและหวาดระแวงเอาไว้ก่อนก็เป็นหลักประกันที่ดีที่สุดในเมื่อเขาไม่รู้นี่ว่าใครมาดีมาร้าย แต่สาบานได้เลยว่าหลังจากนี้เขาจะหัดจดบันทึกประจำวันเอาไว้ เกิดอะไรขึ้นจะได้กลับมาอ่านย้อนหลังได้หน่อยว่าคนพวกนี้เป็นใคร และเขาไปเผลอสร้างศัตรูทิ้งไว้ที่ไหนหรือเปล่า

 

“ซุนเสียงจำไม่ได้?”น้ำเสียงฟังดูหงอยลงยามเห็นท่าทีหวาดระแวงของซุนเสียง

 

จำไม่ได้เฟ้ย!

 

เขาเกือบสวนกลับไปทันทีกับคำถามนั้นของคนที่บังอาจกำข้อมือตนเองแน่น จะสะบัดหนีก็ไม่กล้า…ไม่ใช่ว่าซุนเสียงไม่ลองสะบัดมือหนี แต่ทันทีที่ทำอีกฝ่ายก็เพิ่มแรงบีบข้อมือเขาเป็นเชิงเตือนว่าอย่างทำแบบนี้อีก ชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อยกับความเจ็บแปลบกับแรงที่เพิ่มขึ้นไม่รู้ว่าข้อมือของเขาช้ำหรือยัง

 

สีหน้าของซุนเสียงคงดูไม่ดีจนชายหนุ่มอีกคนเข้ามาห้ามปรามเพื่อนสนิทของตน “เจ๋อข่ายเบามือหน่อย”

 

เหมือนโจวเจ๋อข่ายพึ่งจะรู้สึกตัวว่าเขาใส่แรงเยอะเกินไป ทันทีที่ข้อมือเป็นอิสระซุนเสียงก็ขยับหนีดั่งแมวที่เจอศัตรู ท่าทีขู่ฟ่อเป็นอริปรากฏออกมาชัดเจน เสียดายที่ในสายตาของผู้มาเยือนท่าทางของคนปราศจากความทรงจำไร้ซึ่งความน่ากลัวสิ้นดี

 

“ใจเย็น ๆ ก่อน ฉันเจียงปัวเทา ส่วนเขาโจวเจ๋อข่าย”

 

เจียงปัวเทาหยิบนามบัตรของตนยื่นให้กับซุนเสียง ซึ่งเขารับมาอ่านชื่อบนบัตรนั้น แล้วสมองยิ่งพยายามครุ่นคิดแล้วว่าตัวเขาคนก่อนไปก่อเรื่องสร้างวีรกรรมเอาไว้หรือเปล่าถึงได้มีทนายตามมาถึงที่บ้านแบบนี้ ซุนเสียงไม่คิดจะถามว่าอีกคนทำงานอะไร หากคนหนึ่งเป็นทนาย อีกคนคงไม่แคล้วอาชีพใกล้เคียงกันนั่นแหละ

 

“ทนายมีธุระอะไรกับฉัน”

 

เจียงปัวเทายอมให้ซุนเสียงพูดจนจบประโยคแล้วเขาค่อยเอ่ยตามขึ้นมาโดยไม่คิดจะตอบคำถามนั้นของซุนเสียง “คิดว่าตรงถนนแบบนี้เหมาะจะคุยเรื่องสำคัญงั้นเหรอ”

 

รู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนโดนด่ากราย ๆ ด้วยน้ำเสียงสุภาพว่าตามมารยาทว่าควรเชิญแขกเข้าไปพูดคุยในบ้านมากว่าสนทนากันกลางถนน ยิ่งรู้ด้วยว่าเจียงปัวเทาเป็นทนายความควรหาสถานที่ส่วนตัวในการพูดคุย

 

ชายหนุ่มชักสีหน้าส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเบา ๆ เป็นเชิงไม่พอใจ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามหยุดตัวเองไม่ให้เหวี่ยงใส่แขก ถึงน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจะกระชากเสียงห้วนไปบ้าง “ตามมาสิ”

 

โจวเจ๋อข่ายขยับเดินตามประกบติดช่วยซุนเสียงถือของที่เจ้าบ้านหอบหิ้วพะรุงพะรังมาด้วย เขาเหลือบมองคนข้าง ๆ ที่เสนอตัวช่วยถือ ชายหนุ่มแอบมองอยู่หลายครั้ง และทันทีที่โจวเจ๋อข่ายรู้ตัวก็หันมายิ้มกว้างสดใสให้จนตาพร่า

 

เจียงปัวเทาหัวเราะกับสีหน้าไม่ปกปิดความหมั่นไส้ของซุนเสียง ยอมรับเลยว่าหน้าตานั้นสร้างศัตรูเป็นอันดับต้น ๆ ของโจวเจ๋อข่าย แต่สำหรับทนายหนุ่มแล้วความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่เจ้าของบ้านมากกว่า ซุนเสียงในตอนนี้หากไม่นับท่าทีหวาดระแวงคนแปลกหน้าดูเหมือนจะเข้าถึงง่ายกว่าเดิม ไม่มีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่อีกต่อไป

 

ไฟภายในบ้านเปิดสว่างโดยอัตโนมัติจากการทำงานของเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนของสิ่งมีชีวิต เจียงปัวเทาสำรวจภายในห้องของซุนเสียงด้วยความสนใจ เขาต้องการรู้ความเป็นไปของซุนเสียงช่วงที่หายตัวไป…รวมถึงการสูญเสียความทรงจำนี่ด้วย

 

ห้องนั่งเล่นที่ซุนเสียงเชิญพวกเขานั่งบนโซฟาสีดำเยื้องกับหน้าต่างซึ่งม่านปิดสนิท แม้ภายในห้องมีจะข้าวของกระจุกกระจิกทั้งหมอนอิงหลากสีสันหลายขนาด กรอบรูปประดับฝาผนัง กระถางต้นเฟิร์นอยู่มุมหนึ่งของห้อง ก็ยังดูโล่งโปร่งสบาย ๆ กระตุ้นความสงสัยของเจียงปัวเทาและโจวเจ๋อข่าย ห้องนี้ซุนเสียงตกแต่งเองหรือมีใครจัดฉากขึ้นมาหรือเปล่า

 

ชาร้อนและขนมจัดเรียงใส่ถาดกลมถูกยกมาเสิร์ฟวางบนโต๊ะตัวเตี้ย และซุนเสียงเลือกนั่งลงฝั่งตรงข้ามเพื่อเผชิญหน้ากับแขกผู้มาเยือนโดยตรง

 

“ถ้าอย่างนั้นตอบมาได้แล้วสินะ ตัวฉันไปทำอะไรถึงได้มีทนายตามมาถึงที่บ้าน”พุ่งตรงประเด็นโดยไม่เปิดโอกาสให้เล่นลูกไม้

 

โจวเจ๋อข่ายกระพริบตาปริบ ๆ “ซุนเสียงไม่ได้ทำ แค่ร่วมงาน”

 

เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ

 

เจ้าของบ้านขมวดคิ้วมุ่นกับคำตอบนั้นที่เดาเอาไว้คือสองคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานเขา ตลกเถอะ! เพื่อนร่วมงานภาษาอะไรจะไม่รู้ว่าเพื่อนไม่ไปทำงานเป็นปี ๆ แล้วตอนนี้พึ่งเสนอหน้ามา

 

“ขอโทษที ฉันควรอธิบายที่มาให้ฟังก่อนสินะ”เจียงปัวเทากล่าว เขาหันไปส่ายศีรษะกับเพื่อนสนิทว่าอย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้ “เจ๋อข่ายกับฉันเป็นสมาชิกหลุนหวย…”

 

ร่างกายของซุนเสียงแข็งทื่อค้างไปเช่นเดียวกับที่สมองประมวลผลช้าลง ข้อความในโพสต์อิทที่ถูกเขียนไว้แวบกลับเข้ามาในหัว โรงพยาบาลหัวซาน แผนกอายุรเวท ระวังคนของหลุนหวย

 

….ระวังคนของหลุนหวย!?

 

“…ความจริงเรื่องนี้ไม่เหมาะจะพูดคุยกันที่นี่ เราไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้จะมีเครื่องดักฟังซ่อนอยู่บ้างไหมเพื่อสังเกตพฤติกรรมของนาย”

 

ซุนเสียงเลือกนั่งฟังนิ่ง ๆ ลูบขนเจ้าแมวสามสีของตนเองซึ่งกระโดดขึ้นมานอนบนตักทาสยอย่างออดอ้อน โดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากโจวเจ๋อข่ายและเจียงปัวเทา ต่อให้สมองยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกแค่ไหนก็ตาม

 

“ไปด้วยกันนะ”

 

.

.

.

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งมองแขกผู้มาเยือนทั้งสองเดินเข้าไปในอาคารพร้อมกับซุนเสียงด้วยสายตานิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ออกมา หากปลายนิ้วมือขยับกดตัวเลขชุดหนึ่งบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ นั่นเป็นเบอร์คุ้นเคยที่ปลายสายแยกไว้ใช้งานส่วนตัว มีไม่กี่คนที่จะรู้เบอร์นี้ ส่วนมากเป็นคนในครอบครัวหรือไม่ก็คนสำคัญจริง ๆ

 

“สวัสดีครับ”เขากรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายรับ

 

“(…ว่าไง ตอนนี้ทางเซี่ยงไฮ้มีอะไรเปลี่ยนแปลงงั้นหรือถึงได้โทรมาหาเอาซะเช้าตรู่แบบนี้…)”อีกฝ่ายตอบกลับมา

 

“ทางเซี่ยงไฮ้เป็นตอนเย็นแล้วต่างหากครับ นี่คุณย้ายไปประเทศอื่นอีกแล้ว”น้ำเสียงเจือความสงสัยไว้เล็กน้อย แต่ไม่ติดใจอะไรถึงจะได้ยินว่าปลายสายรับงานใหม่มาจนไม่น่าออกจากประเทศนั้นเร็วขนาดนี้

 

“(…อะไรที่ทำให้เราเคลื่อนไหวแบบนี้ ให้เดาคงเป็นหลุนหวยละสิ…)”

 

เขาแทบจะจินตนาการรอยยิ้มบนใบหน้านั้นออกยิ่งมันมาพร้อมน้ำเสียงแฝงความสนุกเอาไว้แบบนี้

 

“ครับ…พวกเขาเข้าหาซุนเสียงแล้ว”

 

ปลายสายไม่มีเค้าของความแปลกใจราวกับคาดเดาได้อยู่แล้วว่าทุกอย่างจะต้องเป็นแบบนี้ และตัวเขาซึ่งเป็นคนโทรศัพท์ไปเองก็เดาได้เหมือนกัน

 

“(…โจวเจ๋อข่าย เจียงปัวเทา?…)”

 

“ครับ”

 

เขาได้ยินเพียงความเงียบระหว่างรอคนปลายสายตัดสินใจ สายตาไม่ได้ละไปจากตึกฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นที่อยู่ของซุนเสียง

 

“(…ดูเหมือนยังไงก็ไม่ยอมตัดใจกันง่าย ๆ สินะเด็กพวกนั้น…)”คนในสายกล่าวด้วยน้ำเสียงติดระอาปนเอ็นดู แต่คนที่รู้จักคนนี้เป็นอย่างดีจะรู้ว่า ‘ความเอ็นดู’ของผู้พูดต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างเสมอ “(…ถ้างั้นเรามาจัดการให้จบ ๆ กันดีกว่า…)”

 

“คุณหมายถึง…?”

 

“(…ส่งซุนเสียงกลับหลุนหวยไป และกระตุ้นเหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนวันนั้น…)”เอ่ยคำสั่งลงมาให้คนใต้บังคับบัญชา “(…จงพาอี๋เยี่ยจือชิวกลับมาจ้านโตวเก๋อชื่อ…)”

 

ชายหนุ่มหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่เคยมีความลังเลอยู่ในแววตาของเขามาแล้วตั้งแต่แรก น้ำเสียงสุขุมราบเรียบผิดอายุจะเอ่ยออกมา

 

“รับทราบ”

Tbc.

__________________

[1] อินเตอร์โปล หรือ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization : INTERPOL) หรือ ตำรวจสากล เป็นองค์กรที่เกิดจากความพยายามร่วมมือกันในทางระหว่างประเทศเกี่ยวกับกิจการตำรวจ เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือทุกองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีภารกิจในการป้องกันหรือว่าปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส

[2] อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือเรียกโดยย่อว่า ไซเตส (CITES) และเป็นที่รู้จักในชื่อ อนุสัญญากรุงวอชิงตัน (Washington Convention) เป็นสนธิสัญญาซึ่งเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518

____________________

***Talk***

ปลุกปล้ำกับตอนนี้มาหลายวันมากจากอาการฟิคบล็อกจนออกมาค่อนข้างสโลว์ ไลฟ์ แถมสปอยล์ตัวละครรัวเลย (สะกดชื่อถูกหรือเปล่าว่ากันอีกที//หัวเราะ) สำหรับเสี่ยวเสียงที่ไม่มีความทรงจำ เสี่ยวโจวกับเสี่ยวเจียงก็เป็นได้แค่คนแปลกหน้าชวนหมั่นไส้เท่านั้นเอง ทำคะแนนกันหน่อยนะ พูดถึงคู่ที่ชอบส่วนตัวชอบ โจวเสียง > เจียงเสียง (แอบติดบราเธอร์โซนเบา ๆ) แต่พอเป็นโจวเจียงเสียงปุ๊ปเทคะแนนให้เสี่ยวเจียง > เสี่ยวโจวอีก เพราะอะไรกันนะ?

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ ไว้พบกันตอนหน้านะคะ

Walan

Advertisements