In your eyes, in my heart : Nameless Relationship (2)

[OS] Nameless Relationship

Fandom : Quan Zhi Gao Shou เทพยุทธ์เซียน Glory

Pairing : หวังชิว (หวังเจี๋ยซี*เยี่ยชิว) ft.ซูมู่ชิว

Note : OOC, อาจมีเนต้าปะปนมาเพียงเล็กน้อย เนื้อหาเริ่มต้นตั้งแต่ลีก 8 ค่ะ สำหรับเซตติ้งตัวละครฝั่งคุณน้องชายจะเป็น OC (Original Character) ทั้งหมดนะคะ เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดทางฝั่งนั้นจริง ๆ #3KWS 1. รักข้างเดียว 2. นางฟ้า 3. ลืมไม่ลง

 

 

อรุณสวัสดิ์ อืม ผมต้องบอกทางนั้นว่าราตรีสวัสดิ์หรือเปล่าครับ ถึงปักกิ่งจะเช้าแล้วแต่ที่นั่นคงดึกมาก ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า แต่ว่า…ฝันดีนะครับ

 

หวังเจี๋ยซีกดส่งข้อความไปหาคนอีกซีกโลกหนึ่งหลังลังเลอยู่พักใหญ่ว่าจะกดส่งไปดีไหม สุดท้ายเขาก็กดส่งข้อความไปหา และก็ไม่ได้คาดหวังให้เยี่ยชิวตอบกลับมา ชายหนุ่มวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะหันมากลับมาเช็ดผมให้แห้งสนิท

 

ในที่สุดการแข่งขันรอบพบกันหมดก็มาถึงครึ่งหลัง แม้ว่าตอนนี้คะแนนของทีมเวยเฉ่ายังอยู่ด้านบนของตาราง แต่การแข่งขันในนัดที่ผ่านมานั้นเขาก็ถูกผู้จัดการเรียกเข้าไปคุย และต้องสัมภาษณ์กับนักข่าวถึงการแข่งขันชวนผิดหวัง ชายหนุ่มคงไม่สามารถบอกนักข่าวไปได้ตามจริงว่า

 

…มหาเทพจุติอยู่ในเกมออนไลน์

 

ไม่รู้ว่าเอาการเด็กพวกนั้นไปเป็นเหยื่อให้มหาเทพเล่นสนุกจะดีหรือเปล่า แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีซึ่งหาไม่ได้จากระบบฝึกซ้อม

 

ชายหนุ่มเดินออกจากห้องพักภายในสโมสรไปยังโรงอาหาร รับคำทักทายอรุณสวัสดิ์ไปตลอดทาง มายากรเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินข้างหน้าเข้าสู่โรงอาหาร

 

โรงอาหารของสโมสรเวยเฉ่าเป็นสถานที่ยอดฮิตที่แทบทุกคนอยากทิ้งเวลาขี้เกียจอยู่ในนี้ มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำกิจกรรมเร่งรีบอย่างกันทานอาหารเสร็จแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน แต่ละมุมล้วนออกแบบอย่างลงตัวเพื่อการพักผ่อน หนีห่างพักจากสายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์ หวังเจี๋ยซีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อไม่ใช่วันหยุดประจำสัปดาห์หรือการออกไปร้านซวงหมิงชิว โรงอาหารเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตามหาตัวเขาเจอเสมอ

 

หวังเจี๋ยซีวางถาดอาหารลงบนโต๊ะประจำ หน้าต่างทรงสูงบานใหญ่ปรากฏภาพด้านนอกสโมสรคือสีขาวโพลนของหิมะที่ตกลงมาเมื่อคืน สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตอย่างเขาสภาพอากาศแทบจะไม่มีผลอะไรต่อชีวิตประจำวัน เพียงแค่ปรับฮีทเตอร์ขึ้น อีกอย่างปักกิ่งไม่ได้หนาวมากเหมือนที่นั่น คนซึ่งอยู่คนละซีกโลกยังน่าเป็นห่วงมากกว่า

 

“อรุณสวัสดิ์ครับกัปตัน” เกาอิงเจี๋ย ผู้สืบทอดไอดีหวังปู้หลิวสิงโค้งตัวเอ่ยทักทายกัปตันของตนเอง ข้างกันนั้นเป็นเฉียวอี้ฟานที่เอ่ยทักทายตะกุกตะกัก ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับทั้งสอง แล้วหันกลับมาก้มหน้าก้มตาจัดการมื้อเช้า

 

ทว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้ไปนั่งรับประทานอาหารเช้าเหมือนทุกวัน เกาอิงเจี๋ยสะกิดเพื่อนสนิทพยักพเยิดให้พูดออกไปซะสิ พวกเขาอุตส่าห์ตื่นเร็วกว่าปกติเพื่อมาดักเจอกัปตันเชียวนะ

 

เฉียวอี้ฟานมองเกาอิงเจี๋ยนิดหน่อย เขาสูดลมหายใจพยายามให้กำลังใจตนเอง “เอ่อ…กัปตัน”

 

หวังเจี๋ยซีเงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วที่เด็กสองคนนี้ยังถือถาดอาหารไม่เดินกลับไปที่นั่งของตนเอง

 

“มีอะไรกัน” เขาถาม

 

“ผม…ออลสตาร์ ผม…”

 

หวังเจี๋ยซีมองเฉียวอี้ฟาน ชายหนุ่มคิดว่าตนเองไม่ได้แสดงท่าทางดุอีกฝ่ายออกไป หรือแสดงท่าทางอะไรที่ทำให้เด็กคนนี้ต้องสะดุ้งจนทำสายตาลอกแลกไปมาแบบนี้

 

“พูดใหม่สิ”

 

เฉียวอี้ฟานสะดุ้ง เอ่ยรัวเร็วจนลิ้นแทบพันกัน “สัปดาห์ออลสตาร์ ผมขอลงแข่งน้องใหม่ท้าสู้ครับ!”

 

หวังเจี๋ยซีชะงัก เขามองเฉียวอี้ฟานสลับกับเกาอิงเจี๋ยนิดหน่อย ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้น เพราะเขาเป็นคนบอกให้เกาอิงเจี๋ย ผู้สืบทอดของตนลงแข่งน้องใหม่ท้าสู้ในสัปดาห์ออลสตาร์ เด็กดีแสนขี้อายคนนี้คงไปปรับทุกข์ พูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเพื่อนสนิท โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาบอกให้ท้าสู้กับตนเองในวันนั้น

 

ชายหนุ่มมองเด็กหนุ่มอีกคน สำหรับเขาแล้วเฉียวอี้ฟานไม่เหมาะกับทีมเวยเฉ่า สำหรับทีมนี้การพัฒนาศักยภาพของเฉียวอี้ฟานถึงทางตัน

 

ต่อให้เขาเอ็นดูเฉียวอี้ฟานเหมือนกับเกาอิงเจี๋ย แต่มีโอกาสสูงมากที่เด็กคนนี้จะไม่ได้ต่อสัญญา ต่อให้เขาเป็นกัปตันทีมหรือหาวิธีช่วยให้เฉียวอี้ฟานได้ต่อสัญญาจริง ๆ มันก็ยากที่จะสำเร็จอยู่ดี เพราะการตัดสินใจสำหรับทีมไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว

 

การเป็นแชมป์มันง่าย แต่การจะรักษาแชมป์ไว้มันยากยิ่งกว่า

 

คำพูดที่ชายหนุ่มในเตือนตนเองเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้วที่พลาดท่าให้หลานอวี่! พลาดท่าให้อริยดาบหวงเส้าเทียน!!

 

หวังเจี๋ยซีลอบถอนหายใจเบา ๆ การอนุญาตให้ลงแข่งน้องใหม่ท้าสู้เป็นการสร้างโอกาสสำหรับเด็กคนนี้

 

“ผมอนุญาต”

 

จงแสดงฝีมือออกมาให้ทุกคนทุกสโมสรได้เห็นว่าเธอมีความสามารถเพียงพอ หากไม่ได้ต่อสัญญากับเวยเฉ่าไม่ได้หมายความว่าอนาคตในเส้นทางนักกีฬาอีสปอร์ตจะต้องจบลง

 

“ขอบคุณครับ” เฉียวอี้ฟานเผยรอยยิ้มกว้าง และเกาอิงเจี๋ยก็ถอนหายใจคล้ายกับโล่งอก

 

 

ท้องฟ้าในวันนี้ยังคงแต่งแต้มด้วยสีเทาขมุกขมัว หิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แต่ไม่ได้ทำให้ตลาดสี่มุมเมืองย่านกัมล่า สตัน*ตลอดจนร้านรวงลดความคึกคักลง หลอดไฟประดับประดาร้านค้าส่องสว่างตั้งแต่เที่ยงวัน เดินย่ำพื้นทางเดินซึ่งทับถมด้วยหิมะ เดินผ่านร้านอาหาร ร้านขนมซึ่งส่งกลิ่นหอมหวานเชิญชวนให้เข้าไปชิมแทบทุกร้าน

 

เขาเดินผ่านจัตุรัสสตูร์โตเรียต*ใกล้กับเขตพระราชวังหลวงซึ่งเป็นตลาดคริสต์มาสเก่าแก่ที่สุดในสตอกโฮล์ม แต่เห็นบรรยากาศคึกคักแบบนี้อย่าพึ่งเข้าใจผิดไป วันนี้ยังไม่ใช่วันคริสต์มาสหรือวันคริสต์มาสอีฟ หากถึงช่วงนั้นจริง ๆ สตอกโฮล์มจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที

 

เยี่ยชิวผลักประตูร้านเข้าไปด้านในร้านอาหาร กระดิ่งแขวนเหนือบานประตูส่งเสียงก้องกังวาน ร่างกายภายใต้โค้ทหนาอุ่นขึ้นมาจากฮีทเตอร์ภายในร้าน ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบ ๆ แล้วเดินตรงไปโต๊ะหนึ่งทันทีเมื่อเห็นคนที่เขามาพบ

 

หลี่ลุ่ยเซียงกำลังยกเครื่องดื่มร้อนในแก้วขึ้นจิบระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ในวันนี้หญิงสาวมาที่ร้านนี้เพียงลำพัง ปราศจากผู้ติดตามของเธอ

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

 

“อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อยเผยอรอยยิ้มขณะตอบกลับ

 

เยี่ยชิวเห็นใบหน้าเธอแล้วเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นในใจทันที ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดที่มาตกลงร่วมมือกับเธอทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม สบสายตากับ ว่าที่คู่หมั้น

 

“กำลังนึกเสียใจอยู่เหรอคะ”

 

ชายหนุ่มโคลงศีรษะนิดหน่อยกับคำถามนั้น และแววตาของเขากลับไม่มีรอยยิ้มอยู่ภายในนั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงสายตาประเมินว่าเธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่

 

“ผมไม่เสียใจกับเรื่องที่ตัดสินใจแล้ว”

 

หลี่ลุ่ยเซียงหัวเราะ ริมฝีปากอิ่มจะเหยียดยิ้มออกมา “ฉันก็หวังไว้แบบนั้นนะคะ เรามาพูดเงื่อนไขการเจรจาของเรากันเลยดีกว่า ไม่บ่อยที่พี่ชายของฉันจะยอมปล่อยให้ฉันไปไหนมาไหนคนเดียวจนได้โอกาสมายื่นข้อเสนอให้คุณตรงนี้”

 

“เธอจะเอายังไงว่ามา”

 

“หมั้นกับฉันค่ะ”

 

“ห๊ะ!!!” เยี่ยชิวอุทานเสียงดังลั่น และเขาต้องหันไปโค้งตัวขอโทษคนอื่นภายในร้านเมื่อตนเองส่งเสียงดังเสียมารยาท

 

สายตาวาววับหันกลับมามองหลี่ลุ่ยเซียงว่าเธอคิดบ้าอะไรกันแน่ คำว่า ‘ว่าที่’ กับการหมั้นอย่างเป็นทางการมันแตกต่างกันลิบลับ!

 

หลังทำหน้ากากอันสุภาพของตนเองหลุด ดวงตาสองคู่มองสบกันไม่ละไปไหน แววตาของเยี่ยชิวปรากฏร่องรอยความไม่สบอารมณ์ชัดเจน ในขณะที่ดวงตาของหลี่ลุ่ยเซียงเปล่งประกายวิบวับรื่นเริง ผ่านไปครู่ใหญ่ ริมฝีปากอวบอิ่มก็เผยอ ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน ไม่อย่างนั้นความเงียบระหว่างพวกเขาจะดำเนินแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ

 

“อย่าเข้าใจผิด ขอยืนยันเอาไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่าฉันไม่ได้รักคุณค่ะ และไม่มีทางรักได้เด็ดขาด”

 

เยี่ยชิวเหยียดยิ้ม เรื่องนี้เขาก็รู้ไม่ต้องให้เธอมาย้ำ

 

“อีกอย่างยังไงก็วิน – วินกันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว มีอะไรที่ต้องลังเลคะ” ประโยคถัดมาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ดวงตาคู่สวยของเธอเองก็เปล่งประกายร้อนแรงราวกับแผดเผาด้วยเชื้อเพลิงที่เรียกว่า…ความแค้น

 

เยี่ยชิวลอบสำรวจสีหน้าของหญิงสาวคู่สนทนา แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ…เพียงเพื่อต้องการแก้แค้นครอบครัวตัวเอง หญิงสาวสามารถลงมือทำให้กิจการของครอบครัวล่มจม ทั้งที่จริงแล้วด้วยสามัญสำนึกของคนทั่วไปมันควรจะยับยั้งชั่งใจเรื่องนั้นบ้าง แต่หลี่ลุ่ยเซียงกลับไม่สนใจ เลือกลงมืออย่างเลือดเย็น และยกประเด็นนี้ขึ้นมาต่อรองกับเขา

 

กับเขา…ไม่ใช่กับสกุลเยี่ย

 

ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าเธอไปรู้มาจากไหนว่าเขากำลังจะถอนตัวออกจากสกุลเยี่ยจึงได้ตั้งเงื่อนไขให้เขาเทคโอเวอร์กิจการ*ของครอบครัว วางแผนประเคนมันมาถึงมือเขา มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหลังจากเทคโอเวอร์กิจการแล้วมันไม่มีทางตกไปอยู่ในมือคนสกุลเยี่ย ถ้าหากมองในมุมมองของนักธุรกิจ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร มันเป็นผลประโยชน์ของเขาเพียงคนเดียว แม้ว่าในแง่ของความรู้สึกส่วนตัว เขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่อยากได้กิจการนั้น

 

และถ้าให้พูดตามตรงคือ…มันออกจะลำบากใจสักหน่อย

 

“ผมขอพูดตามตรงเลยนะครับ”

 

“…เชิญค่ะ”

 

เยี่ยชิวถอนหายใจกับท่าทางไม่แยแสของเธอ สมกับฉายา ‘นางฟ้าอสรพิษ’ ที่ชายหนุ่มเต็มใจยกมันมอบให้กับเธอโดยไม่มีข้อโต้แย้ง หญิงสาวคนนี้ร้ายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“เงื่อนไขตอนนี้น่ะดีสำหรับเราทั้งคู่ แต่มันคงไม่จบแค่การหมั้นแน่นอน คุณเตรียมใจเอาไว้แล้วเหรอครับ คนที่ลำบากที่สุดถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงคือคุณนะ”

 

ชายหนุ่มหุบตาลง ทบทวนกิจการของสกุลหลี่ในหัว บริษัทนั้นกำลังเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ด้วยการบริหารงานของผู้บริหารในขณะนี้มีแต่จะทำให้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์พุ่งสูงขึ้น และหลายปีที่ผ่านมาก็จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีโอกาสเกิดการเทคโอเวอร์แบบเป็นมิตรด้วยซ้ำ

 

หลี่ลุ่ยเซียงหัวเราะทวนถามเสียงสูง “จริงเหรอคะ?”

 

“…”

 

นั่นทำให้เขารู้ว่าเธอเองก็มีทางหนีทีไล่สำหรับตนเองเช่นกัน ไม่ใช่! เธอกำลังหวังพึ่งเขาให้เปลี่ยนจากการเทคโอเวอร์ไม่เป็นมิตรเป็นการเทคโอเวอร์แบบเป็นมิตร!!

 

“เธอคิดจะทำอะไรกันแน่” เยี่ยชิวเอ่ยถามเสียงเครียด

 

ทว่าหญิงสาวกลับสวนกลับด้วยน้ำเสียงรื่นเริงจงใจก่อกวนเยี่ยชิว

 

“ถึงเวลานั้นช่วยทำตัวเป็นพระเอกแต่งงานกับฉัน เพราะอยากช่วยเหลือครอบครัวของหญิงสาวที่กำลังชอบพออยู่ไม่ให้ล้มละลายด้วยนะคะ คุณชายรองคงไม่ใจร้ายกับคู่หมั้นจนทนเห็นบ้านของคนที่ตัวเองชอบล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตัวเองสามารถช่วยได้”

 

เขาว่าแล้วไง มีแต่ปัญหา!!

 

เผลอถอนหายใจออกมาไม่ได้

 

เยี่ยชิวสั่งกาแฟทานคู่กับแซนด์วิชระหว่างรอหลี่ลุ่ยเซียงทานอาหาร ทั้งคู่ตกลงกันไปทำหนังสือสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีบุคคลที่สามเป็นพยานอ้างอิง การร่วมมือปากเปล่าที่เกี่ยวพันถึงธุรกิจและชีวิตของพนักงานไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี้ออกจะแย่ไปสักหน่อย

 

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือซึ่งไม่ได้แตะตั้งแต่เช้าขึ้นมา เขาไล่ตอบอีเมลกลับในเรื่องงาน สลับกับการเปิด QQ ขึ้นมา มุมปากของเยี่ยชิววาดโค้งขึ้นมาเป็นรอยยิ้มกับข้อความซึ่งส่งมาหาเขา

 

อรุณสวัสดิ์ อืม ผมต้องบอกทางนั้นว่าราตรีสวัสดิ์หรือเปล่าครับ ถึงปักกิ่งจะเช้าแล้วแต่ที่นั่นคงดึกมาก ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า แต่ว่า…ฝันดีนะครับ

 

อืม…หวังเจี๋ยซีบอกฝันดีแบบนี้ เขาควรทักกลับไปยังไงดีล่ะ ตอนนี้ที่จีนน่าจะประมาณหกโมงเย็น

 

ขอโทษที่ผมตอบกลับช้าไปหน่อย

 

เยี่ยชิวกดส่งข้อความประโยคแรกออกไป ขณะที่เขากำลังคิดว่าตนเองควรพิมพ์อะไรต่อไปดี ไม่คิดว่าหวังเจี๋ยซีจะตอบกลับมารวดเร็วแบบนี้

 

ไม่เป็นไร คุณอยู่ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง พยากรณ์อาการของสตอกโฮล์มบอกว่าพายุหิมะจะเข้าอีกรอบในสัปดาห์หน้า ที่นั่นคงหนาวกว่าปักกิ่งมาก

 

ชายหนุ่มหลุดหัวเราะกับข้อความของหวังเจี๋ยซี ยิ่งได้รู้จักกันเขาถึงได้รู้ว่ากัปตันทีมเวยเฉ่าคนนี้นิสัยเสียบางเรื่อง โดยเฉพาะเป็นห่วงเรื่องของคนอื่นมากเกินไป

 

ถ้างั้นผมคงโชคดี เพราะอีกไม่กี่วันผมก็กลับปักกิ่งแล้ว

 

ก่อนกลับบอกผมล่วงหน้าสักหน่อยนะ

 

นี่ผม…ต้องรายงานทุกอย่างให้คุณรู้ด้วย

 

ผมไม่อยากไปร้านเก้อโดยไม่เจอคุณนี่ครับ

 

คำตอบของหวังเจี๋ยซีทำให้รอยยิ้มของชายหนุ่มยิ่งกว้างขึ้น เขานึกสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายตอนพิมพ์ข้อความนี้ออกเลยทีเดียว

 

หลี่ลุ่ยเซียงมองชายหนุ่มตรงหน้าก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ มุมปากวาดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน นั่นไม่ใช่รอยยิ้มสุภาพตามปกติ บางครั้งก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา เรียกได้ว่าตกอยู่ในโลกส่วนตัวโดยสมบูรณ์แบบ

 

หญิงสาวแทบขยับรอยยิ้มตามเมื่อหวนนึกว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ จนกระทั่งบังเอิญสบตากัน เยี่ยชิวรู้สึกกระดากอายขึ้นมากะทันหันกับสายตาวิบวับของหลี่ลุ่ยเซียง เขากระแอมไอครั้งหนึ่งแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

 

“คุยต่อก็ได้นะคะ” หลี่ลุ่ยเซียงตอบ “คุณดูมีความสุขมาก คุยกับแฟนเหรอ”

 

ท้ายประโยคที่เอ่ยถามเจือไว้ด้วยความไม่มั่นใจ ถ้าคุณชายรองสกุลเยี่ยมีคนรักอยู่แล้ว จะล้มเลิกแผนการนี้เลยเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอไม่ได้อยากเป็นมารขัดขวางความสุขของคนอื่น

 

“เปล่าครับ เพื่อน…” เยี่ยชิวกัดปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยปฏิเสธ เสหลบสายตาของหลี่ลุ่ยเซียงโดยไม่รู้ตัว

 

หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าคาง เอียงศีรษะนิดหน่อยให้ปอยผมสีเข้มระแก้มนวล “อืม…ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้ ฉันคิดว่าบางที คุณควรใช้เวลาทบทวนตัวเองดูสักหน่อย”

 

______________

* ย่านกัมล่า สตัน (Gamla Stan) หรือย่านเมืองเก่าในกรุงสตอกโฮล์ม เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เนื่องจากภายในย่านเมืองเก่านี้มีจุดเด่นคือตึกรามบ้านช่องจะมีสีสันสวยงามในโทนสีส้มแดง

* จัตุรัสตูร์โตเรียต (Stortoeget) จัตุรัสในย่านกัมล่า สตัน ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ในปี ค.ศ. 1520 เคยเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นี่ในชื่อเหตุการณ์ The Stockholm Bloodbath

* การควบรวมกิจการหรือเทคโอเวอร์ (Take Over) คือการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ โดยทั่วไปการเทคโอเวอร์มี 2 แบบ คือการเทคโอเวอร์แบบเป็นมิตร จะเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย กับ การเทคโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ผู้ซื้อจะเข้าไปไล่ซื้อหุ้นบริษัทที่ต้องการไม่ว่าจากทางตลาดหลักทรัพย์ หรือจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

_____________

TALK ::

อ่านถึงตรงนี้วีเชื่อว่าหลายคนต้องมีคำถามแน่เลยค่ะว่าทำไมคุณน้องชายถึงกล้าเสี่ยงอะไรแบบนี้ แล้วจริงๆ ตัวเองรู้สึกยังไงกับพี่หวัง (ฮา) ด้วยฐานะของคุณน้องชายมันมีตัวแปรมากมายเกินไปที่จะทำตามใจชอบตราบใดที่ยังไม่สลัดพันธนาการนั้นออกได้ เพราะฉะนั้นยังยืนยันคำเดิมค่ะว่าเรื่องจบนี้ Bitter-Sweet

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ไว้พบกันใหม่ค่ะ

Walan

 

Advertisements